สำหรับครอบครัวที่กำลังดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง มักจะต้องเอาหมอนดันปลายเท้าไว้ จะได้ไม่”เท้าตก” แต่ในความเป็นจริงแล้วการมีหมอนดันเท้าหรือไม้ดันเท้า…แนวทางนี้ ยิ่งทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลง ดังนี้ทำให้
1. อาการเกร็งเพิ่มขึ้น
2.ขาเหยียดแข็ง
3. ฟื้นตัวช้าลง
บทความนี้จากทีม กายภาพบำบัดที่บ้าน.com จะพาคุณเข้าใจแบบลึกแต่อ่านง่าย ว่า ทำไม “หมอนดันเท้า” ถึงยิ่งกระตุ้นให้เกร็ง และควรจัดท่านอนอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
เข้าใจก่อน: ทำไมผู้ป่วย Stroke ถึง “เกร็ง”
หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ระบบประสาทจะเสียสมดุล ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า กล้ามเนื้อหดเกร็ง (Spasticity)
ลักษณะสำคัญคือ
- กล้ามเนื้อ “ตึง” มากผิดปกติ
- ยิ่งถูกยืดเร็ว → ยิ่งเกร็ง
- ควบคุมไม่ได้
สาเหตุหลักคือ
สมองไม่สามารถ “ยับยั้งรีเฟลกซ์” ได้เหมือนเดิม → ทำให้ร่างกายตอบสนองเกินจริง
ความเข้าใจผิด: หมอนดันเท้า = ป้องกันเท้าตก จริงไหม?
ในอดีต การใช้หมอนหรือแผ่นแข็งดันฝ่าเท้า มีเป้าหมายเพื่อ ป้องกัน “เท้าตก” (Foot drop)
แต่จากงานวิจัยด้าน Neurorehabilitation (2025) กลับพบว่า
การดันฝ่าเท้า “กระตุ้นรีเฟลกซ์ผิดปกติ” และทำให้เกร็งมากขึ้น
กลไกสำคัญ: ทำไม “ดันเท้า” แล้วเกร็งหนักขึ้น
1. กระตุ้นรีเฟลกซ์ที่ชื่อว่า “Positive Supporting Reaction (PSR)”
เมื่อฝ่าเท้าถูกกด
สมองส่วนล่างเข้าใจว่า “กำลังยืน”
สั่งให้ขาเหยียดทันที
ผลลัพธ์คือ
ขาแข็ง เหยียดตึง
เท้าจิกลง
คุมการเคลื่อนไหวไม่ได้
2. กระตุ้น Extensor Thrust Reflex
แค่แรงกดเบาๆ ที่ฝ่าเท้า
ทำให้ขา “ดีดเหยียด” โดยอัตโนมัติ ถ้ามีหมอนดันตลอดเวลา = กระตุ้นตลอดเวลา
กล้ามเนื้อจึงเกร็งค้างทั้งวัน
3. ยิ่งเจ็บ → ยิ่งเกร็ง
หมอนที่ดันแรงเกินไป
ทำให้เกิดแรงกดและความเจ็บ
ระบบประสาทตอบสนองโดย “เพิ่มความเกร็ง”
การไม่ใช้หมอนดันที่เท้าหรือการใช้การซัพพอร์ตแบบผ่อนคลาย (Without Firm Support)
การศึกษาวิจัยในยุคหลัง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ที่ดันเท้าที่มีลักษณะแข็งหรือการใช้หมอนใบใหญ่ดันฝ่าเท้าโดยตรง
- การลดโทนของกล้ามเนื้อผ่านการลดสิ่งกระตุ้น (Sensory Deprivation): เมื่อไม่มีแรงกดที่ฝ่าเท้า ตัวรับความรู้สึกเชิงกล (Mechanoreceptors) จะไม่ส่งสัญญาณไปกระตุ้นรีเฟลกซ์ PSR ทำให้กล้ามเนื้อน่องอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายได้มากกว่า
- การป้องกันข้อติดด้วยวิธีอื่น: แม้จะไม่มีหมอนดันเท้า แต่การป้องกันข้อติดสามารถทำได้ผ่านการจัดวางท่าทางแบบ “เป็นกลาง” และการทำ Passive Range of Motion (PROM) อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งให้ผลดีกว่าการบังคับท่าทางเพียงท่าเดียวตลอด 24 ชั่วโมง
- การเรียนรู้ของสมอง (Neuroplasticity): การจัดท่าที่ไม่ฝืนธรรมชาติช่วยให้สมองได้รับสัญญาณตำแหน่งข้อต่อ (Proprioception) ที่ถูกต้อง ไม่ถูกรบกวนด้วยสัญญาณการเกร็งที่เกิดจากรีเฟลกซ์ PSR

วิธีจัดท่านอนหงายที่ “ถูกต้อง” (ตามหลักกายภาพบำบัด)
1. ศีรษะและลำตัว หนุนหมอนให้พอดี (ไม่งอคอ)
จัดตัวตรง มีหมอนรองใต้สะบัก จัดแขนให้อยู่ในลักษณะหงาย กรือถ้าผู้ป่วยมีอาการเกร็ง จัดให้แขนและมื่อคว่ำราบ และตรง
2. “หัวใจสำคัญ” = งอเข่าเล็กน้อย ใช้หมอนรองใต้เข่า
ผลลัพธ์: ลดการเกร็งทั้งขา
ยับยั้งรีเฟลกซ์ผิดปกติได้ดีที่สุด
3. ข้อเท้า (สำคัญมาก!)
ห้ามทำ: เอาหมอนดันฝ่าเท้า
ควรทำ: รองใต้ “เอ็นร้อยหวาย” ให้ส้นเท้าลอย ใช้หมอนเล็กประคองด้านข้างข้อเท้า
4. เปลี่ยนท่าทุก 2 ชั่วโมง ลดแผลกดทับ ลดการสะสมความเกร็ง
ทำไมการจัดท่าถึงสำคัญมากในช่วงแรก
ช่วง 1–6 สัปดาห์แรกหลัง Stroke คือ “ช่วงทองของการฟื้นตัว (Neuroplasticity)”
ถ้าจัดท่าผิด
สมองจะเรียนรู้ “ท่าเกร็ง”
ทำให้เดินยากในอนาคต
แต่ถ้าจัดถูก
ฟื้นตัวเร็วขึ้น
เคลื่อนไหวดีขึ้น
นอกจากการจัดท่าแล้ว ที่ช่วยลดเกร็ง และส่งเสริมการฟื้นฟู การเคลื่อนไหว
สามารถใช้วิธีเหล่านี้ร่วมด้วย:
กายภาพบำบัดยืดเหยียด การเคลื่อนไหวข้อต่อให้ผู้ป่วย (PROM) เพื่อป้องกันข้อติด และลดการเกร็งของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยอัมพาต
การใข้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ร่วมกับการฝึกการเคลื่อนไหว จากนักกายภาพบำบัด
อุปกรณ์พยุงเท้าแบบนุ่ม (ไม่แข็ง)
สิ่งที่ครอบครัวควรรู้
การดูแลผู้ป่วยไม่ใช่แค่ “ทำให้ตรง”แต่ต้อง “เข้าใจระบบประสาท”เพราะบางสิ่งที่ดูเหมือนช่วย
อาจกำลังทำให้แย่ลงโดยไม่รู้ตัว
สรุปสั้นที่สุด
หมอนดันเท้า = กระตุ้นให้เกร็ง
งอเข่า + ไม่กดฝ่าเท้า = ลดเกร็งดีที่สุด
ถ้าคุณกำลังดูแลคนที่คุณรักอยู่ที่บ้าน
“การจัดท่าที่ถูกต้อง” คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่แท้จริง 

FAQ
1. ผู้ป่วย stroke ควรจัดท่านอนอย่างไร?
→ ไม่ควรใช้หมอนดันเท้า ควรงอเข่าเล็กน้อย
2. ทำไมผู้ป่วยถึงเกร็งมากขึ้น?
→ เพราะมีการกระตุ้น reflex จากฝ่าเท้า
หากคุณไม่แน่ใจว่าจัดท่าถูกหรือไม่ บริการ กายภาพบำบัดที่บ้าน PTHomeDelivery พร้อมช่วยคุณดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก
ประเมินอาการเบื้องต้นฟรี
วางแผนการรักษาร่วมกับครอบครัว
สอนญาติและผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยแบบเข้าใจง่าย
ดูแลต่อเนื่องถึงที่บ้าน
เหมาะสำหรับ
ผู้ป่วย Stroke / อัมพาต
ผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง
ครอบครัวที่ต้องการดูแลอย่างถูกวิธี
“หากคุณต้องการนักกายภาพบำบัดไปดูแลถึงบ้าน สามารถดูรายละเอียดบริการ กายภาพบำบัดที่บ้าน PTHomeDelivery ได้ที่นี่”